วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มาผ่อนคลายสมองกันเถอะ

ปัจจุบันนี้คนทำงานอย่างเราๆใช้งานร่างกายกันหักโหมสุดๆ จนหลายๆคนลืมไปแล้วว่าสองของเราที่ต้องมาทำงานหนักงกๆๆให้เราทั้งวันนั้น ก็ต้องการหยุดพักผ่อนด้วยเหมือนกัน สมองก็เหมือนเรานั้นแหละ ถ้าไม่ได้หยุดทำงานเลยเป็นเวลานานๆ มันก็ต้องมีอ่อนล้ากันบ้างเป็นธรรมดา ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า วิธีที่จะช่วยให้สมองของเรานั้นผ่อนคลายขึ้น ปลอดโปร่งโล่งสบาย มีวีธียังไงกันบ้าง




จิบน้ำบ่อย ๆ

น้ำเปล่านี่แหละค่ะของดี เพราะสมองนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 85%กันเลยทีเดียว ลองนึกภาพดูว่าสมองของเราเป็นต้นไม่ต้นนึง สมมุติเราไม่รดน้ำมันเลย แน่นอนว่ามันจะเหี่ยวแห้งและเฉาตายไปในที่สุด พอสมองฟีบปั๊บ การทำงานของมันก็จะไม่ดีเหมือนเดิม ทำอะไรก็ช้าลงไปหมด กลายเป็นคนเบลอๆ คิดช้าไปเลย

กินไขมันดี

หลายๆคนยังไม่รู้ว่า สมองของเรานั้นมันก็คือก้อนไขมันดีๆนี่เอง ฉะนั้นเราก็ควรกิไขมันเข้าไปบ้างเพื่อไปเชยในส่วนที่สึกหรอไป ใช่ว่าเอาแต่โลวแฟตกันจนสมองฟีบ แต่แนะนำว่าให้เลือกกินไขมันดีจำพวกน้ำมันปลา หรือสารสกัดจากใบแปะก๊วย นอกจากนี้ก็จีพวก ปลาที่มีไขมันดีเยอะๆเช่น แซลม่อน (หลายๆคนคงรู้จักโอเมก้า3) นมถั่วเหลือง วิตามินรวม และน้ำมันพริมโรส ที่ว่ามานี้ล้านเป็นไขมันดีทั้งนั้น ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ สมองก็ดี๊ดี

นั่งสมาธิ

เคยได้ยินกันมาแล้วแน่ๆเลยว่า นั่งสมาธิจะทำให้เรียนเก่ง ใช่เลย แล้วมันจะทำให้ทำงานคล่องขึ้นด้วย เพราะมันจะช่วยให้สมองของเราเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นช่วงที่สองมีความผ่อนคลายมากที่สุด ช่วงนี้แหละที่จะทให้เรามีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยในเรื่องการทำงานได้ดีเชียวแหละ ลองตื่นเช้าซักนิด แล้วลุกขึ้นมาใช้หมองนั่งมาธิกันซัก12นาที หรือถ้าใครไม่ตื่นจริงๆก็ลองก่อนอนก็ได้ เชื่อสิว่า จะเห็นผลภายในไม่กี่ครั้งเลยล่ะ 

หัวเราะและยิ้มเยอะๆ

ในทุกครั้งที่เรายิ้มหรือหัวเราะ สมองของเราจะหลั่งสารแห่งความสุขที่ชื่อ เอ็นโดรฟินออกมา เป็นการกระตุ้นให้เรามีความสุข อยากรัก อยากหวังดีต่อคนอื่น กลายเป็นนางเองนิสัยดีไปเลย อิอิ

เรียนรู้สิ่งใหม่

ลองหาอะไรใหม่ๆทำ เปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง เริ่มจากสิ่งเล็กๆรอบตัว เช่น หาอาหารแบบใหม่ๆกิน เปลี่ยนร้านขนมดูบ้าง ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ลองอ่านนิยายแนวใหม่ พูดคุยพบปะเพื่อนฝูงเป็นต้น จะทำให้ร่างกายกระตุ้นสารโดปามีนออกมา ทำให้เรารู้สึกอยากเรียนรู้ อยากสร้างสรรค์ ความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้สมอง

ให้อภัยตัวเอง

เอาเวลาโทษตัวเองมาทำอะไรให้ตัวเองหายโกรธดีกว่ามั๊ย เอาแต่เครียดแต่โกรธ โทษตัวเองอยู่ ก็ยิ่งเครียดน่ะสิ เป็นภาระของสมองเปล่าๆ ลองให้อภัยตัวเองเยอะๆ และสมองจะดีขึ้นเยอะเลยล่ะ

หายใจเข้าลึก ๆ

ออกซิเจนเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปเลี้ยงสมอง แถมสมองเป็นส่วนที่ต้องใช้ออกซิเจนมากที่สุดในร่างกายโดยใช้ถึง20-25%เลยทีเดียว ถ้าว่างๆลองหาโอกาสเล็กๆน้อยๆสูดลหายเข้าเข้าปอดลึกๆ ส่งออกซิเจนไปให้ถึงสองเลย ยิ่งถ้าตอนนั่งทำงานเหนื่อยๆ ลองพักซักสิบวิ หายใจลึกๆดู จะรู้สึกทำงานต่อไปได้อีกเยอะเลย

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไม่ยาก ถ้าอยากเป็นแฟนที่น่ารัก

บางทีเราก็นึกไม่ออกอ่ะเนอะ ว่าการเป็นแฟนที่น่ารักเนี่ย มันนต้องทำตัวกันยังไง บางทีพยายาแล้วแฟนก็ไม่สังเกต (เอ๊ะหรือเค้าสังเกต แต่แอบเงียบไว้) บางทีก็พยายามากเกินไปจนเกินงาม ทำเอาทะเลาะกันซะได้นี่ เพราะงี้ไงเลยไม่สำเร็จซักที วันนี้เรีวิธีเป็นแฟนสาวที่น่ารักมาฝากกันค่ะ รับรองว่าทำแล้วแฟนรักแฟนหลงแน่นอน จะรอช้าทำไมล่ะคะ แฟนรอเราอยู่





1. ปากตรงกับใจ
ก็ข้อนี้แหละที่ผู้ชายหนักใจ ถือเป็นปัญหาโลกแตกระดับต้นๆเลยนะไอ้เรื่องปากกับใจผู้หญิงเนี่ย เพราะผู้ชายบางทีเค้าก็ไม่รู้ว่าเราพูดจริงหรือเล่นตัว จะให้ดีอยากได้อะไรพูดไปตรงๆเลย  เค้ารักตัวนะ อิอิ

2. เข้าใจเขาบ้าง

ใครว่าผู้หญิงเข้าใจยาก ผู้ชายนี่แหละตัวดี ผู้หญิงยังมีหลุดแสดงออกทางสีหน้ามาบ้างแต่ผู้ชายนี่คุณชายท่านนิ่งตลอดตกลงนี่คิดอะไรอยู่กันเนี่ย แต่ก็นะ แฟนเราก็คนๆนึง ก็ต้องมีเครียด มีโกรธกันบ้าง ถ้าเห็นเค้าแปลกไปล่ะก็ ลองถามดูซักนิดว่าตะวเองไปอะไร หรือถ้าดูแล้วเค้าคงจะเครียดมากไม่อยากพูดถึง ก็ลองเข้าไปกอดจากด้านหลัง บอกรักเค้าซักนิด เชื่อสิเค้าจะต้องอารมณ์ดีขึ้นมากแน่ๆ

3. เซอร์ไพรส์!

ใครว่าผู้ชายไม่ชอบให้เซอไพรซ์ ไม่ว่าใครก็รู้สึกดีทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะโอกาสไหนก็แล้วแต่ หรือถ้าใครจะรอแฟนเซอไพรซ์อยู่ฝ่ายเดียวเพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ผู้ชายล่ะก็ อันนี้แล้วแต่น๊า ไม่ว่ากัน จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายถ้าเขาได้ทำให้เรามีความสุข ขาจะมีความสุขมากๆ แต่ถ้าเราเซอร์ไพรซ์เขากลับด้วยล่ะ แบบนี้จะยิ่งดับเบิลสุขไปใหญ่เลยล่ะ

4. รู้สึกขอบคุณเขาเสมอ
ขอบคุณเขาบ่อยๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรให้ แต่สิ่งเล็กๆอย่างการผูกเชือกรองเท้า หรืออาจจะเพิ่มความน่ารักเข้าไปด้วยการกระโดดกอด หรือหอมแก้มซักฟอด แล้วกระซิบเบาๆว่า ขอบคุณค่ะ รักที่สุด เชื่อสิแบบนี้เป็นใครก็ใจละลาย






5. ชมเขาให้บ่อยๆ
ลองหาโอกาสชมเขาบ้าง แต่ไม่ใช่บ่อยเกินไปจนกลายเป็นชมส่งเดช เอาแบบน่ารักๆก็พอ เช่นหลังจากเขาเดินเหงื่อซ่กมาเหนื่อยๆ ลองแอบชเค้าซักนิดว่า ตัวเองเซ็กซี่จัง หรือเวลาเดินจับมือกัน ให้ลองบอกเขาดูว่า มือตัวเองอุ่นจัง หรือ แขนตัวเองอุ๊นๆ คืนนี้ได้นอนกอดก็ดีสิ แบบนี้ผู้ชายก็เขินได้นะเออ

6. สนใจเขาเสมอ

จะไปไหนมาไหนให้บอกเขาก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่เหมือนเป็นการรายงานตัวนะ อันนั้นก็อึดอัดป๊ายย แค่แบบว่า วันนี้จะไปต่างจังหวัดกับที่บ้านก็ส่งข้อความหาเขาซักหน่อยว่า วันนี้คุยไม่ได้นะ ไปต่างจังหวัดกับพ่อ เดี๋ยวว่างแล้วโทรหาค่ะ รักนะ ไม่ใช่ว่าหายไปเฉยๆ แบบนี้ใครก็เป็นห่วง จริงมั๊ย

7. ของขวัญ

จำเป็นต้องซื้อของแพงๆให้ แต่ให้ลองหาของที่เขาอยากได้จริงๆ หรือถ้าหาไม่ได้ก็ลงมือทำมันเองซะเลย ร้อยทั้งร้อยก็ต้องประทับใจแหละค่ะ เชื่อสิ

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แคปชั่นโดนๆ ไวเอัพเดตสเตตัส เรียกไลค์ให้พี่มาร์คร้องไห้

           การอัพเดตสเตตัส หรือการโพสต์ข้อความเก๋ๆ แคปชั่นโดนๆ ถือว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งบน โลกSocial Network และเชื่อได้ว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ก็จะต้องเคยเล่นเคยใช้พวกแคปชั่นเหล่านี้บนสื่อและสังคมออนไลน์กันมาแล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Twitter, Instagram, Tumblr หรือเว็บไซต์อื่นๆอีกมากมาย
 



           สำหรับจุดประสงค์อย่างแรกก็คือเอาไว้ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆของเรา แทนที่จะต้องใช้โทรศัพท์(เพราะว่าการโทรหากันกันเปลืองเงิน อิอิ) จะแชทคุย หรือคอลคุยแบบฟรีๆก็ว่ากันไป แต่สำหรับบางคนก็มีบ้างที่สมัครใช้สื่อพวกนี้เอาไว้เพื่อเป็นที่ระบาย ไม่ว่าจะเป็นอารมร์รักหวานซึ้ง จะโศกเศร้าเหงาหงอย น้อยใจตัวเองเหลืออนาถ อารมณ์กวนๆเรียกรอยประทับรูปง่ามนิ้วอวัยวะส่วนล่างบนใบหน้า หรือการด่ากราดรัวๆที่แสดงถึงอารมณ์ที่กำลังโกรธเกรี้ยวแบบสุดๆ หรือบางคนนี่โพสต์แคปชั่นแต่ทีแทบจะก๊อปปี้เอาไปตีพิมพ์เป็นหนังสือวางขายได้เป็นเล่มๆเลย





          ยิ่งในปัจจุบันเห็นเยอะมากเลยที่แคปชั่นโดนๆมันมีผลมากกับการตลาด กลายเป็นเรื่องธุรกิจเงินๆทองๆไปอี๊ก! เช่นการตั้งสถานะในเฟสบุ้ค การนำไอ้พวก Caption หรือคำพูดโดนๆ ไปใช้งานแต่ละอย่าง มันก็ส่งผลให้เราเกิดการจดจำ หรือเกิดการคอมเม้นโต้ตอบกันไปมามากเป็นพิเศษ

          เทคนิควิธีการใช้งานแคปชั่นโดนๆ บน Facebook ก็คือ ให้เรานำแคปชั่นไปใส่ลงในรูปภาพอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ขอให้มีพื้นหลังเบลอๆห่อยก็ดี จะได้องเห็นคำชัด และต้องขนาดมากกว่า 600px คูณ 600px พูดง่ายๆก็เป็นทรงจัตุรัสนั่นแหละ พอแปะเสร็จแล้วก็ให้แชร์ลงบน Facebook หรือบางคนเล่นง่ายากเลย แค่โพสข้อความแคปชั่นลงทวีตเตอร์แล้วแคปแม่ม จากนั้นเอามาโพสลงเฟส แบบนี้จะทำให้เพื่อนๆ หรือลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย หรือกระทั่งลูกเพจ เห็นแคปชั่นเราได้โดดเด่นมากกว่าการโพสต์ธรรมดาๆแบบข้อความทั่วๆไป




           แต่ว่าวันนี้ เราไม่ได้แค่จะมาเล่าเรื่อยเปื่อยไปว่า ใครโพสอะไร ยังไงกันบ่าง เพียงแต่เรามีแคปชั่นโดนๆ คำคมกวนๆวอนตีน มาฝากกัน ใครจะเอาไปใช้บ้างไม่ว่าจะทั้งเพื่อระบายอารณ์ณ.ตอนนี้ หรือจะแชร์เอไว้เรียกไลค์เรียกคอมเมนต์เฉยๆ ก็สุดแท้แต่ได้เลย เพราะมันเอาไว้ใช้ได้หลายโอกาสมากๆ ตั้งแต่ก๊อปไปใช้โพสหรือเม้นบน Facebook ทวีตเท่ๆบนTwitter หรือจะเอาไปเป็นแคปชั่นเด็ดใต้รูปในแอพ Instagram ก็ได้เหมือนกันนะ




           การใช้งานแคปชั่นโดนๆเหล่านี้ ก็อาจจะต้องดูทางด้านผู้ถูกใช้เป็นสำคัญล่ะนะ ในเชิงภาษาไทยแล้ว ถ้าหากว่ามีการเขียนคำผิด หรือว่ามีการดัดแปลงตัวอักษรไปบ้างบางคำ มันก็อาจจะทำให้ผู้รับหรือผู้ที่เราเอาไปเล่นด้วยนั้นเกิดความไม่พึงพอใจขึ้นมาก็ได้นะ ดังนั้นก็อาจจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในเรื่องของการนำไปใช้งานตามหลักภาษาไทยกันด้วย ส่วนการจะเอาแคปชั่นเสี่ยวๆ ไปใช้กับคนที่เราส่องอยู่ล่ะก็ ควรที่จะระวังกันนึดนึงในเรื่องของกาลเทศะ อย่าลืมดูเรื่องของอารมณ์ของเขาในตอนที่เราจะเล่นก่อนด้วยนะ เทคนิคการใช้แคปชั่นเก๋ๆให้โดนใจก็คือ จังหวะมันต้องมา และคำพูดที่ใช้ก็จะต้องโดนใจจริงๆ มันถึงจะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรู้สึกที่ดีเมื่อได้ฟัง








          เอาล่ะนะ  ได้เวลาแคปชั่นโดนๆกันแล้วจ้า วันนี้เราก็จัดมาให้เอาไปใช้กันพอหอมปากหอมคอก็พอละ ถือซะว่าเป็นสีสันส่วนนึงของชีวิตละกันเนอะ ก๊อปเอาไปใช้เรียกไลค์ เรียกแชร์กันให้เต็มที่ได้เลยจ้า~ หรือถ้าหากว่าใครมีแคปชั่นโดนๆเจ๋งๆ หรืออะไรที่มันเด็ดๆ กว่านี้ จะใจดีเอามาแบ่งปันกันบ้างก็ได้นะ เผื่อว่าอนาคตจะได้มีโพสแคปชั่นกวนๆ ในเวอร์ชั่นต่อๆ ไป ออกมาให้ใช้กันอีกเยอะๆ





 







วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไม่ต้องเป็นเพลงรักก็ซึ้งได้ รวมเพลงเพราะซึ้งๆที่อยากให้ฟัง

                 ช่วงนี้กระแสเพลงอกหักกำลังมา หลายๆค่ายเพลงก็พากันปล่อยซิงเกิลรักช้ำออกมาประชันกันในตลาดกันมากมายจนเลือกไม่ถูก ไปไหนก็ได้ยินแต่เพลงเศร้าโศกเสียใจจนแทบจะร้องไห้ตามเพลง นานเข้านี่อาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยนะเนี่ย งั้นลองเปลี่ยนแนวกันบ้างดีกว่ามั๊ย วันนี้เรามีเพลงซึ๊งๆฟังสบายมาให้ฟังกันค่ะ แต่ละเพลงอาจจะเก่าไปซักหน่อยแต่รับรองเลยว่าถ้าได้ฟังจะต้องรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

ข้อหนึ่ง(บอม) 

                    เพลงบอกรักช้าๆ ฟังสบายไม่หวานเลี่ยนจนเกินงาม ใครที่มีคนที่แอบรักเอาไว้ในใจแต่ไม่กล้าบอกล่ะก็ คุณมีทางออกแล้วล่ะ ลองเอาไปเปิดให้เค้าคนนั้นฟังดูสิ น่ารักดีเหมือนกันนะ เผลอๆได้มีโมเมนต์หวานๆให้ฟินกันไปอีก นับว่าเป็นเพลงที่ใครได้ฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ ถ้ามีคนมาเปิดให้ฟังนี่รักตายเลยนะเนี่ย

 เรื่องธรรมดา(ธีร์ ไชยเดช) 

ถ้าเป็นเพลงแนวอกหักล่ะก็เพลงนี้นับว่าเป็นอีกเพลงที่แหวกแนวกันสุดๆไปเลยจริงๆ ทั้งเนื้อเพลงที่ดูชิลล์กับชีวิตแบบสุดๆ บวกกับดนตรีเนิบๆฟังสบายชวนให้โยกซะจริง อันที่จริงแล้วจะเรียกว่าเป็นเพลงอกหักก็ดูจะไม่เหมาะแฮะเพราะดูเหมือนจะเป็นแนวปลอบใจตัวเองซะมากกว่า โดยเนื้อเพลงเน้นย้ำอยู่ตลอดว่าไอ้สิ่งแย่ๆที่เจอน่ะ มันก็แค่เรื่องธรรมดาเท่านั้นเอง ใครอกหักลองหามาฟังกันดูนะ รับรองว่ามันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาได้มากเลยล่ะ

เพราะอะไร(อัยย์) 

เป็นอีกเพลงที่เรียกได้ว่าคุณภาพจริงๆถึงกับต้องเอามารีเมคแล้วรีเมคอีก ถึงจะเป็นเพลงเก่าไปหน่อยแต่เชื่อว่าถ้าได้ฟังแล้วอย่างน้อยก็ต้องรู้สึกคุ้นๆบ้างล่ะ ใครชอบเพลงแนวอินเลิฟเบาๆไม่ควรพลาดอย่างแรงเลย แอบกระซิบนิดนึงว่าเวอร์ชั่นพี่ก้องที่ร้องประกอบละครอย่าลืมฉันเพราะมากๆ ฟังแล้วเคลิ้มไปเลยทีเดียวเชียว

 ความสุขที่มากกว่า(อาร์มแชร์) 

ขออีกซักเพลงกับแนวอินเลิฟเพราะๆ ทำให้รู้สึกว่าคนข้างๆสำคัญขึ้นมาทันทีเลย เนื้อเพลงนำเสนอชีวิตที่ซ้ำซากจำเจเหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ แต่อยู่ดีๆก็มีคนมาทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้น นับว่าเป็นอีกเพลงที่ฟังแล้วก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้เลย ใครจะลองเอาไปใช้ในงานแต่งหรือเอามาเซอไพรซ์วันเกิดแฟนดูซักหน่อยก็ดูจะเข้าท่าดีเหมือนกันนะ

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แบบนี้ไม่ดีเน้อ รวมคำ"อวยพรวันเกิด"ยอดแย่ที่ไม่สนิทจริงอย่าเล่น

       
             ถึงวันเกิดใครๆก็อยากให้คนอื่นมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ จริงมั๊ย แต่คนอวยพรก็อยากจะเป็นที่จดจำของเจ้าของวันเกิดเหมือนกันนะ ทำให้หลายๆคนสรรหาคำอวยพรแปลกๆแหวกแนวมาใช้กันเป็นว่าเล่นประเภทที่ว่า ไอ้คำอวยพรวันเกิดเพราะๆ ซึ้งๆชวนร้องไห้แบบนั้นมันโหลเกินไปแล้ว ใครๆเขาก็ใช้กัน แล้วมันจะไปประทับใจได้ยังไง ก็เลยต้องไปหาคำแปลกๆมาใช้ แต่บางครั้งมันก็อาจจะเลยเถิดเกินไปรึเปล่า ถ้าเจ้าของวันเกิดเป็นคนที่เราสนิทสนมด้วยก็อาจจะเฮฮาสนุกสนานกันไป แต่ถ้าได้สนิทกันจริงๆล่ะก็อาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางกันไปเลยก็ได้ คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าคำอวยพรวันเกิดแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อจะเอามาใช้กับคนที่ไม่ค่อยสนิท ว่าแล้วก็มาดูกันเลย

อวยพรวันเกิดแบบที่ 1

ต๊าย!อายุขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย ไปบ้านบางแคเมื่อไหร่บอกกันด้วยล่ะ


มันใช่หรอที่อยู่ๆมาด่าเค้าแก่ในวันเกิดเค้าเนี่ย บอกเลยว่าเป็นคำอวยพรวันเกิดที่อาจจะฮาถ้าเจ้าของวันเกิดเป็นคนสนุกสนานเล่นด้วยได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ เกิดว่าเขาเป็นคนคิดมากก็อาจจะมองเราไปในแง่ลบไปเลยรึเปล่า โดยเฉพาะกับผู้หญิง ใครก็อยากจะให้คนมาชมว่า อุ๊ย วันเกิดปีนี้เธอสวยขึ้นนะ เป็นสาวแล้วนะเธอ ฯลฯ แต่อยู่ดีๆคนมาบอกว่า เฮ้ยเธอ แก่แล้วหรอเนี่ย  ต๊าย!อายุปูนนี้เชียวหรอ เป็นใครก็เงิบเชื่อสิ ถ้าแค่แซวๆกันเล็กน้อยก็อาจจะไม่เป็นไร แต่บางคนก็ใช้คำซะแรงเชียว งานนี้ขอร้องเลยว่าอย่าใช้เด็ดขาดถ้ายังอยากรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนต่อไป

อวยพรวันเกิดแบบที่ 2

อ้าว! ไม่น่าเลย เพิ่งเห็นกันอยู่หลัดๆ

นี่มันหนักกว่าโดนด่าว่าแก่อีกนะเนี่ย เพราะไอ้คำว่าเห็นกันอยู่หลัดๆน่ะเขาเอาไว้ใช้กับคนตาย แบบนี้มันเหมือนกับด่ากันทางอ้อมรึเปล่าว่าแกน่ะแก่จนจะลงโลงแล้วหรอเนี่ย เอาจริงๆไอ้คำนี้ขนาดเพื่อนสนิทกันเอามาเล่นยังมีโกรธเลย  แต่ก็เห็นคนเอาไปใช้กันเยอะอยู่เหมือนกันเวลาอวยพรวันเกิดเพื่อนตามโซเชียล ส่วนใหญ่จะใช้ประมาณว่า อ้าวไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัดๆ จะไปบ้านบางแคซะแล้ว (บ้านบางแคเตี่ยเอ็งสิ )แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ความหมายของประโยคนี้ เอาตรงๆส่วนใหญ่ที่ใช้กันก็ก๊อปๆตามกันมาจากในเนตทั้งนั้นแหละจริงมั๊ย คราวหลังเจออะไรแปลกๆน่าแชร์ก็ควรดูความหมายก่อนก็ดี เพิ่งจะวันเกิดนี่จะแช่งให้ไปตายซะแล้วหรอ

 

อวยพรวันเกิดแบบที่ 3

วันเกิดนี้อย่าลืมไปทำบุญนะ ชาติหน้าจะได้สวยๆ/โตขึ้นอีกปีแล้วนะ วันเกิดปีนี้ก็ยังอ้วนเหมือนเดิม


ต๊าย! ตัวเองสวยตายโหงตายแหละหล่อน กล้าดียังไงยะ เจออวยพรวันเกิดแบบนี้เป็นใครก็ปรี๊ดจริงมั๊ยล่ะ มีอย่างที่ไหนอยู่ดีๆมาพูดเหมือนกับว่าเจ้าของวันเกิดเป็นพวกหน้าตาอัปลักษณ์ชาติซะหยั่งงั้น จำไว้เลยว่าถึงมันจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่ควร ถ้าถามว่าทำไมก็จะบอกให้ไปย้อนอ่านข้อแรกเอานะ ถึงจะสนิทสนมกันปานจะกระโดดขี่ขอกันได้ขนาดไหนก็ไม่ควรอย่างแรง ไม่เชื่อลองใช้ดูสิ อย่างดีก็อาจจะแค่เขม่นกันเล็กน้อย แต่ถ้าแย่นั่นก็ไม่ขอรับประกันแล้วกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ผู้หญิงอาจจะเข้าใจความรู้สึกอยู่บ้างแหละ แต่ถ้าคุณผู้อ่านเป็นผู้ชายล่ะก็ ขอเตือนไว้ก่อนว่าเรื่องรูปร่างหน้าตาน่ะสำหรับผู้หญิงมันค่อนข้างละเอียดอ่อน ให้พูดถึงแต่ส่วนดีนะจ๊ะ อย่าไปวิจารณ์ข้อเสียเข้าล่ะจะซวยเอา


อวยพรวันเกิดแบบที่ 4

สุขสันต์วันชิงหมาเกิด

หลายๆคนใช้คำนี้มาอวยพรวันเกิดเพื่อนเพราะตอนเด็กๆก็เคยร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์เล่นๆกันโดยแปลงเนื้อร้องกันขำๆว่า หมาจะเกิด ชิงหมาเกิด... ก็อาจจะดูตลกดีล่ะนะ แต่พอมันไม่ได้มาเป็นเพลงปั๊บก็กลายเป็นว่าความตลกมันหายไปหมดเลย ยิ่งอวยพรวันเกิดกันบนโซเชียลเนตเวิร์คไม่ได้เห็นหน้าคร่าตากันในขณะที่พูด ไอ้คนโดนอวยพรก็มโนกันไปต่างๆนาๆว่าอีนี่มันด่ากรูทำไมกันฟระ หมาเกิดบ้านพร่องสิ เอาจริงๆขนาดตอนเด็กๆเพื่อนร้องเพลงนี้ให้ตอนเป่าเค้กเรายังร้องไห้เลย เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะใช้คำนี้ล่ะก็ เตรียมตัวด้วยแล้วกันเพราะคิดว่าผลลัพท์ของมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
 

อวยพรวันเกิดแบบที่ 5

สุขสันต์วันเกิดนะคะสามี เมื่อไหร่จะให้แม่มาขอเค้าซักทีน๊า

เห็นสาวๆหลายคนชอบไปโพสแบบนี้บนเฟสบุ้คหนุ่มๆที่แอบปลื้ม ถึงจะเป็นแค่การพูดเล่นๆก็เถอะ แต่เชื่อสิว่าเป็นเรื่องแน่ๆถ้าพ่อหนุ่มคนนั้นดันมีแฟนอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมคนที่บังเอิ๊ญบังเอิญมีรูปคู่กับพ่อหนุ่มคนนั้นด้วยอีกต่างหาก หาเรื่องให้ฝ่ายชายแท้ๆเลยนะตัวเธอ แถมมันยังจะทำให้เราดูไม่ดีในสายตาคนอื่นอีกด้วยนะ ยกเว้นแต่ว่าเราจะเป็นผู้ชาย นั่นก็อีกเรื่องล่ะนะฮ๊าตัวเธอว์


คราวนี้รู้กันแล้วใช่มั๊ยว่าแค่คำอวยพรวันเกิดก็ทำให้เกิดเรื่องบาดหมางกันได้เหมือนกัน คราวนี้จะอายพรอะไรใครอย่าลืมคิดใตร่ตรองซะก่อน อย่าให้ไอ้คำอวยพรที่ไม่ได้คิดมาทำลายมิตรภาพของเราเลย

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หนุ่มจีนไม่อยากนอกใจแฟน ซื้อตุ๊กตายางนอนเป็นเพื่อน


            คุณผู้ชายหลายคนถ้าต้องไกลบ้านจากเมียไปอยู่ไกลๆ เมื่อต้องการคลายเหงาคงจะไม่พพ้นไม่ซื้อบริการสาวๆแถวนั้นเป็นแน่ ถ้าแย่หน่อยอาจถึงขั้นมีบ้านเล็กบ้านน้อยไปเลย แต่ก็มีหนุ่มจีนอีกหลายๆคนที่เลือกจะใช้เงินจำนวน 76,000บาท ซื้อตุ๊กตายางมาอยู่ด้วยแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากจะนอกใจภรรยาสุดที่รัก แล้ต้องการมีแค่กันและกันไปตลอดชีวิต
            แต่ก็ใช่ว่าหนุ่มๆเจ้าของตุ๊กตาเหล่านี้จะคว้ามาใช้กันพร่ำเพรื่อทุกวี่ทุกวันนะ เพียงแต่จะหยิบออกมาเฉพาะวันที่คิดถึงคุณภรรยาที่บ้านมากๆเท่านั้น แต่แหม ดูจากทรงแล้วเป็นใครก็คงจะยอมจ่ายเงินซื้อตุ๊กตาดีกว่าเข้าสถานบริการล่ะเนอะ เมียก็ไม่ว่า แถมยังสวยกว่าเป็นไหนๆ

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำที่ดักยุงง่ายๆจากขวดน้ำ



           เบื่อมั๊ยเวลายุงตอมหึ่งๆเต็มบ้านไปหมด ตอมอย่างเดียวไม่ว่ามันกัดด้วยนี่สิ จะซื้อยามาฉีดก็กลัวจะเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและคนในครอบครัว ถ้างั้นลองวิธีนี้ดูมั๊ย เพราะมันทั้งปลอดภัย ประหยัด  วัสดุอุปกรณ์ก็หาได้ง่ายๆทั่วๆไป วิธีการทำกับดักยุงก็ง่ายๆเพียงแค่เตรียมขวดน้ำขนาดลิตรครึ่งทิ้งฝา ล้างให้สะอาด แล้วตัด-ตัดขวดน้ำแยกส่วนท่อนบนและท่อนล่างออกจากกัน เทน้ำอุ่นลงไปในทุ่อนล่างที่เป็นเหมือนแก้วซักพอประมาณ ตามด้วยน้ำตาลทรายแดงประมาณ 50กรัม ทิ้งไว้ให้เย็นสนิทแล้วเทผงยีสลงไปผสม คราวนี้ก็แค่เอาขวดท่อนบนที่เป็นกรวยครอบทับเข้าไปตามภาพ เอาหลังสือพิมพ์หุ้มให้รอมเพื่อไม่ให้แสงเข้า สุดท้ายก็เอาไปตั้งไว้ในที่ยุงเยอะๆได้เลย เพราะส่วนผสมใขวดจะผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเพื่อดึงดูดยุงให้เข้าไปจมน้ำตายในขวด ทีนี้จะได้นอนสบายๆไร้ยุงกันซักที